แชร์

ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรที่ได้ติดตั้งไว้

อัพเดทล่าสุด: 25 ธ.ค. 2025
15 ผู้เข้าชม

ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรที่ได้ติดตั้งไว้

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907/2540

 

คำพิพากษาย่อสั้น

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 51 ข้อ 2(จ) ใช้บังคับแก่ผู้ขับขี่ในทางเดินรถโดยทั่วไปที่ทางเดินรถนั้นไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรปรากฏอยู่ข้างหน้า เมื่อตรงสี่แยกที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุมีสัญญาณไฟจราจรเปิดอยู่ การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าไม่มีสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกเกิดเหตุอันเป็นการขัดต่อพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบในสำนวนและนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาปรับกับบทบัญญัติมาตรา 51 ข้อ 2(จ) อันเป็นการปรับบทกฎหมายที่มิชอบและเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แล้วชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(3)(ก) ประกอบมาตรา 247
สี่แยกที่เกิดเหตุมีสัญญาณไฟจราจรเปิดอยู่ เมื่อไม่มีสัญญาณจราจรไฟลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวาในขณะเกิดเหตุจำเลยจึงไม่อาจเลี้ยวขวาได้ทันที โดยจำเลยจะต้องรอให้สัญญาณไฟจราจรทางตรงเป็นไฟแดงเสียก่อนแล้วเลี้ยวไปจึงจะปลอดภัยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 22(4) การที่จำเลยขับรถเลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ที่ จ. ขับในระยะกระชั้นชิดขณะที่ จ. ขับสวนทางมาในทางตรงตามสัญญาณไฟจราจรสีเขียวและชนกับรถยนต์ที่ จ. ขับ จำเลยจึงเป็นฝ่ายประมาท

คำพิพากษาย่อยาว

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ช-2026กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายสมชัย ศุภกิจเจริญ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา ขณะที่นางสาวจิราพร วิเศษศักดากร ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยไปตามถนนพิษณุโลกจากด้านทำเนียบรัฐบาลโฉมหน้าไปทางสนามม้านางเลิ้งด้วยความระมัดระวัง เมื่อขับรถยนต์ลงสะพานชมัยมรุเชฐปรากฏว่าจำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ค-3483กรุงเทพมหานคร มาด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในสภาวะเช่นว่านั้นต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์จากด้านสนามม้านางเลิ้งมาตามถนนพิษณุโลกโฉมหน้าไปทางทำเนียบรัฐบาลในทิศทางสวนกับรถยนต์ที่นางสาวจิราพรขับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกจำเลยได้ขับรถยนต์เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 5 ด้วยความเร็วสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้รถยนต์ของจำเลยแล่นตัดหน้ารถยนต์ที่นางสาวจิราพรขับลงสะพานชมัยมรุเชฐในระยะกระชั้นชิดและกะทันหัน จึงเกิดเฉี่ยวชนกันหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้วแจ้งข้อหาจำเลยว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพและยินยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท เหตุละเมิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย โจทก์ดำเนินการซ่อมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยดีเหมือนเดิม โดยได้เจรจาต่อรองค่าซ่อมและค่าอะไหล่กับอู่ซ่อมและผู้เอาประกันภัยแล้วเป็นค่าซ่อมทั้งสิ้น 100,000 บาท โจทก์จ่ายเงินค่าซ่อมให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว และติดต่อให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 103,125บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เหตุที่รถยนต์ทั้งสองคันชนกันเป็นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของนางสาวจิราพร วิเศษศักดากร ซึ่งขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ช-2026กรุงเทพมหานคร ที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ กล่าวคือ นางสาวจิราพรขับรถยนต์มาด้วยความเร็วสูงข้ามสะพานชมัยมรุเชฐแล้วได้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรสีแดงเข้าสู่ทางแยกที่เกิดเหตุ จำเลยเห็นเช่นนั้นจึงได้ขับรถยนต์หลบมาทางซ้าย แต่ไม่พ้นจึงเกิดชนกันขึ้นขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2536 (วันชำระค่าซ่อมแก่ผู้เอาประกันภัย)ถึงวันฟ้องแต่ไม่เกิน 3,125 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาหลายข้อ แต่ศาลชั้นต้นรับมาเพียงข้อเดียวซึ่งเป็นข้อกฎหมาย เพราะคดีมีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 51 ข้อ 2(จ) เป็นบทบัญญัติใช้แก่ผู้ขับรถในทางเดินรถทั่วไปที่ทางเดินรถนั้นไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรปรากฏอยู่ข้างหน้า หากในทางเดินรถใดมีสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายบังคับไว้โดยเฉพาะผู้ขับรถต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยขับรถเลี้ยวขวาตรงบริเวณสี่แยกเกิดเหตุ เพื่อเข้าถนนพระราม 5 ขณะนั้นสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกเป็นไฟเขียว จำเลยจึงมีสิทธิเลี้ยวขวาผ่านไปได้ โดยมีหน้าที่ต้องระมัดระวังและให้สิทธิแก่คนเดินเท้าในทางข้าม หรือผู้ที่ขับรถมาทางขวาผ่านไปก่อน และตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 22(4) ก็มิได้บัญญัติให้จำเลยต้องรอรถยนต์ทางด้านที่นางสาวจิราพรขับขี่ผ่านไปก่อน เมื่อจำเลยขับรถเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกเกิดเหตุ เพื่อเข้าถนนพระราม 5 ตามสัญญาณไฟจราจรสีเขียว จึงเป็นการขับรถที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 21 และมาตรา 22(4) แล้ว จะนำมาตรา 51 ข้อ 2(จ)ใช้บังคับหาได้ไม่ เห็นว่า โดยที่มาตรา 51 บัญญัติอยู่ในลักษณะ 3 ว่าด้วยการใช้ทางเดินรถส่วนมาตรา 21 และ 22 บัญญัติอยู่ในลักษณะ 2 ว่าด้วยสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร จึงเป็นที่เห็นได้ว่ามาตรา 51 ข้อ 2(จ) เป็นบทที่ใช้บังคับแก่ผู้ขับขี่ในทางเดินรถโดยทั่วไปที่ทางเดินรถนั้นไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรปรากฏอยู่ข้างหน้าหากในทางเดินรถมีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบังคับไว้โดยเฉพาะผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรนั้น มิฉะนั้นจะได้รับโทษตามมาตรา 152 เมื่อโจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าตรงสี่แยกที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุมีสัญญาณไฟจราจรเปิดอยู่ การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในทำนองว่าไม่มีสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกเกิดเหตุอันเป็นการขัดต่อพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบในสำนวนและนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาปรับกับบทบัญญัติมาตรา 51 ข้อ 2(จ) ซึ่งเป็นบททั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับกรณีมีสัญญาณไฟจราจรอันเป็นการปรับบทกฎหมายที่มิชอบและเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(3)(ก) ประกอบมาตรา 247 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วในเรื่องสัญญาณไฟจราจรนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า ตรงสี่แยกที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุมีสัญญาณไฟจราจรเปิดอยู่ และขณะรถยนต์ที่นางสาวจิราพรและจำเลยขับเข้าสู่สี่แยกเกิดเหตุโดยสวนทางกันนั้น ฝ่ายนางสาวจิราพรมีสัญญาณไฟจราจรสีเขียว และข้อเท็จจริงในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจรยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยคู่ความต้องห้ามฎีกาโต้แย้งว่า ขณะนั้นจำเลยซึ่งขับรถยนต์มาจากด้านตรงข้ามมาถึงสี่แยกได้ขับเลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ที่นางสาวจิราพรขับในระยะกระชั้นชิด จึงเกิดเหตุชนกันขึ้น ปัญหาว่าจำเลยขับรถเลี้ยวขวาในขณะนั้นได้หรือไม่จำเลยฎีกาว่าในทางเดินรถด้านจำเลยมีสัญญาณไฟจราจรสีเขียวจึงเลี้ยวขวาได้ เห็นว่าหากทางด้านจำเลยมีสัญญาณไฟจราจรสีเขียวจำเลยก็มีสิทธิแล่นตรงไปตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 22(3) แต่ถ้าจะเลี้ยวขวาก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 22(4) ซึ่งบัญญัติว่า "สัญญาณจราจรไฟลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวาหรือชี้ให้ตรงไป หรือสัญญาณไฟสีแดงพร้อมกับสัญญาณจราจรไฟลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวหรือชี้ให้ตรงไป ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวรถหรือขับรถตรงไปได้ตามทิศทางที่ลูกศรชี้ และต้องขับรถด้วยความระมัดระวังและต้องให้สิทธิแก่คนเดินเท้าในทางข้าม หรือรถที่มาทางขวาก่อน"เช่นนี้ เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ามีสัญญาณจราจรไฟลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวาในขณะเกิดเหตุ จำเลยจึงไม่อาจเลี้ยวขวาได้ทันที โดยจำเลยจะต้องรอให้สัญญาณไฟจราจรทางตรงเป็นไฟแดงเสียก่อนแล้วเลี้ยวไปจึงจะปลอดภัย การที่จำเลยขับรถเลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ที่นางสาวจิราพรขับในระยะกระชั้นชิดขณะที่นางสาวจิราพรขับสวนทางมาในทางตรงตามสัญญาณไฟจราจรสีเขียวและรถยนต์จำเลยชนกับรถยนต์ที่นางสาวจิราพรขับจำเลยจึงเป็นฝ่ายประมาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

พิพากษายืน

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 22
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 51

ผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล
กอบเกียรติ รัตนพานิช
วิชิน สุขนทีธรรม

แหล่งที่มา: เนติบัณฑิตยสภา

 

สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ที่ 

Youtube    https://youtu.be/L2rjMyxTqbo?si=6L5XAgus3qlJKR9r

TikTok                  :https://www.tiktok.com/@lawyeraor/video/7542752168713997575?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7539731687648364033

ติดต่อทีมงานทนายอ้อได้ที่ ⬇️

Facebook        :https://www.facebook.com/share/1Bb1gYBdZc/?mibextid=wwXIfr

Tiktok               :https://www.tiktok.com/@lawyeraor

 Line                  :https://line.me/ti/p/NBw5dNkeFt

 เบอร์โทรศัพท์   : 081-755-5585 , 065-701-1441

 Website           : https://www.lawyer-aor.com/

 

#ฟ้องคดีรถชนกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีอุบัติเหตุกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีประกันภัยกับทนายอ้อ
#ทนายความคดีรถชน
#ทนายความคดีอุบัติเหตุ
#ฟ้องคดีรถชน
#ทนายความ
#ทนายอ้อ
#ฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
#ฟ้องคดีละเมิด
#ปรึกษาทนายความคดีรถชนฟรี


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ