รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋นจึงเป็นผลโดยตรงจากที่ผู้ตายขับแซงขึ้นหน้า
อัพเดทล่าสุด: 3 ธ.ค. 2025
11 ผู้เข้าชม

รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋นจึงเป็นผลโดยตรงจากที่ผู้ตายขับแซงขึ้นหน้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6450/2558
คำพิพากษาย่อสั้น
ตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงในทางเดินรถของจำเลย จำเลยไม่ได้ขับล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน ส่วน ร. ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาโดยขับตามหลังรถอีแต๋นที่ บ. เป็นผู้ขับ แต่ ร. ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นล้ำเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ ร. ขับชนกับรถจำเลย หาก ร. ไม่ขับรถล้ำเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย เหตุรถทั้งสองคันชนกันก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะฟังว่าจำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ก็ยังขับอยู่ในทางเดินรถของจำเลย และตามรายงานชันสูตรพลิกศพเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องระบุว่า ร. ขับรถตัดหน้ารถจำเลยเป็นเหตุให้ชนกัน แล้วรถจำเลยเสียหลักไปชนรถอีแต๋น แสดงว่า ร. ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นในระยะกระชั้นชิดขณะที่รถจำเลยใกล้จะสวนทางกับรถอีแต๋น การที่รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋น จึงเป็นผลโดยตรงจาก ร. ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิดเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย มิใช่ผลโดยตรงที่จำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไม่ชะลอความเร็ว จะถือว่าจำเลยมีส่วนประมาทด้วยหาได้ไม่ เพราะการที่รถจำเลยเสียการควบคุมไปชนรถอีแต๋นเป็นผลจากความประมาทอย่างร้ายแรงของ ร. ที่ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและรับอันตรายแก่กาย ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และ 225 แต่การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่บรรทุกหินเต็มคันรถด้วยความเร็วสูงในทางแคบ ถือได้ว่าเป็นการขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว จำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157
คำพิพากษาย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจร
ทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 1 57
ทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 1 57
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 (ที่ถูก มาตรา 390) พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงในทางเดินรถของจำเลย เท่ากับจำเลยไม่ได้ขับล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน ส่วนนายรชนนท์ ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาโดยขับตามหลังรถยนต์บรรทุกทางการเกษตร (รถอีแต๋น) ที่นายบุญโฮม เป็นผู้ขับ ดังนี้ เมื่อนายรชนนท์จะขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋น นอกจากจะต้องให้ไฟสัญญาณในทิศทางที่แซงขึ้นหน้าแล้ว นายรชนนท์จะต้องคำนึงด้วยว่าหากมีรถขับสวนทางมาในระยะที่ไม่ปลอดภัยแก่การขับแซงขึ้นหน้าได้พ้นและขับกลับเข้าทางเดินรถเดิมได้โดยปลอดภัย นายรชนนท์จะต้องรอให้รถจำเลยที่ขับสวนทางมาผ่านไปก่อนแล้วจึงค่อยขับแซงขึ้นหน้า แต่นายรชนนท์ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นล้ำเข้าไปในทางเดินรถจำเลย เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่นายรชนนท์ขับชนกับรถจำเลย แสดงว่าหากนายรชนนท์ไม่ขับรถล้ำเข้าไปในทางเดินรถจำเลย เหตุรถทั้งสองคันชนกันก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะฟังว่าจำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ก็ยังขับอยู่ในทางเดินรถจำเลย และตามรายงานชันสูตรพลิกศพ เอกสารท้ายฟ้องทุกฉบับซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องระบุตรงกันว่า นายรชนนท์ขับรถตัดหน้ารถจำเลยเป็นเหตุให้ชนกัน แล้วรถจำเลยเสียหลักไปชนรถอีแต๋น แสดงว่านายรชนนท์ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นในระยะกระชั้นชิดขณะที่รถจำเลยใกล้จะสวนทางกับรถอีแต๋น ดังนี้ การที่รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงในทางเดินรถของจำเลย เท่ากับจำเลยไม่ได้ขับล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน ส่วนนายรชนนท์ ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาโดยขับตามหลังรถยนต์บรรทุกทางการเกษตร (รถอีแต๋น) ที่นายบุญโฮม เป็นผู้ขับ ดังนี้ เมื่อนายรชนนท์จะขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋น นอกจากจะต้องให้ไฟสัญญาณในทิศทางที่แซงขึ้นหน้าแล้ว นายรชนนท์จะต้องคำนึงด้วยว่าหากมีรถขับสวนทางมาในระยะที่ไม่ปลอดภัยแก่การขับแซงขึ้นหน้าได้พ้นและขับกลับเข้าทางเดินรถเดิมได้โดยปลอดภัย นายรชนนท์จะต้องรอให้รถจำเลยที่ขับสวนทางมาผ่านไปก่อนแล้วจึงค่อยขับแซงขึ้นหน้า แต่นายรชนนท์ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นล้ำเข้าไปในทางเดินรถจำเลย เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่นายรชนนท์ขับชนกับรถจำเลย แสดงว่าหากนายรชนนท์ไม่ขับรถล้ำเข้าไปในทางเดินรถจำเลย เหตุรถทั้งสองคันชนกันก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะฟังว่าจำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ก็ยังขับอยู่ในทางเดินรถจำเลย และตามรายงานชันสูตรพลิกศพ เอกสารท้ายฟ้องทุกฉบับซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องระบุตรงกันว่า นายรชนนท์ขับรถตัดหน้ารถจำเลยเป็นเหตุให้ชนกัน แล้วรถจำเลยเสียหลักไปชนรถอีแต๋น แสดงว่านายรชนนท์ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นในระยะกระชั้นชิดขณะที่รถจำเลยใกล้จะสวนทางกับรถอีแต๋น ดังนี้ การที่รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋น
จึงเป็นผลโดยตรงจากนายรชนนท์ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิดเข้าไปในทางเดินรถจำเลย มิใช่ผลโดยตรงที่จำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไม่ชะลอความเร็ว จะถือว่าจำเลยมีส่วนประมาทด้วยหาได้ไม่ เพราะการที่รถจำเลยเสียการควบคุมไปชนรถอีแต๋นเป็นผลจากความประมาทอย่างร้ายแรงของนายรชนนท์ที่ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานกระทำ
โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและรับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และ 390 ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา 215 และ 225 ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยมีความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่บรรทุกหินเต็มคันรถด้วยความเร็วสูงในทางแคบถือได้ว่าเป็นการขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 ตามที่ให้การรับสารภาพ ซึ่งมีเพียงเฉพาะโทษปรับ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 คงให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถด้วยความประมาทหรือน่าหวาดเสียว ปรับ 800 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 400 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59
ผู้พิพากษา
อิสสระ นิ่มละมัย
ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
อิสสระ นิ่มละมัย
ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ที่
Youtube : https://youtu.be/ZxGM7eo-erg?si=CZrnS-n38IS7cxIe
TikTok :https://www.tiktok.com/@lawyeraor/video/7520921707419290888?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7539731687648364033
Youtube : https://youtu.be/ZxGM7eo-erg?si=CZrnS-n38IS7cxIe
TikTok :https://www.tiktok.com/@lawyeraor/video/7520921707419290888?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7539731687648364033
ติดต่อทีมงานทนายอ้อได้ที่ ⬇️
Facebook :https://www.facebook.com/share/1Bb1gYBdZc/?mibextid=wwXIfr
Tiktok :https://www.tiktok.com/@lawyeraor
Line :https://line.me/ti/p/NBw5dNkeFt
เบอร์โทรศัพท์ : 081-755-5585 , 065-701-1441
Website :https://www.lawyer-aor.com/
#ฟ้องคดีรถชนกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีอุบัติเหตุกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีประกันภัยกับทนายอ้อ
#ทนายความคดีรถชน
#ทนายความคดีอุบัติเหตุ
#ฟ้องคดีรถชน
#ทนายความ
#ทนายอ้อ
#ฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
#ฟ้องคดีละเมิด
#ปรึกษาทนายความคดีรถชนฟรี
Facebook :https://www.facebook.com/share/1Bb1gYBdZc/?mibextid=wwXIfr
Tiktok :https://www.tiktok.com/@lawyeraor
Line :https://line.me/ti/p/NBw5dNkeFt
เบอร์โทรศัพท์ : 081-755-5585 , 065-701-1441
Website :https://www.lawyer-aor.com/
#ฟ้องคดีรถชนกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีอุบัติเหตุกับทนายอ้อ
#ฟ้องคดีประกันภัยกับทนายอ้อ
#ทนายความคดีรถชน
#ทนายความคดีอุบัติเหตุ
#ฟ้องคดีรถชน
#ทนายความ
#ทนายอ้อ
#ฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
#ฟ้องคดีละเมิด
#ปรึกษาทนายความคดีรถชนฟรี
บทความที่เกี่ยวข้อง


